
สูตรที่ 2 ใช้เป็นประโยชน์ไม่ได้เพราะว่ากดแป้นให้รับสูตรไม่ถูกต้องครับ
ตัวอย่างการปรับสูตรเดิมเพื่อไม่ให้แสดงค่าผิดพลาดครับ
ที่ E2 คีย์
=IFERROR(INDEX(DATA!$A$2:$A$11,MATCH(1,IF(DATA!$B$2:$B$11=A2,IF(DATA!$C$2:$C$11=C2,1)),0)),"")
Ctrl+Shift+Enter > Copy ลงด้านล่าง กรุณาอ่านวิธีกดแป้นให้รับสูตรด้านล่างอย่างละเอียดไม่เช่นนั้นจะไม่ได้คำตอบ
!
| Note: Ctrl+Shift+Enter
เป็นการสร้างสูตร Array โดยสามารถเลือกดำเนินการตามข้อ 1 หรือ 2 ด้านล่าง
- กรณีคีย์สูตรเอง เมื่อคีย์สูตรแล้ว แทนที่จะกด Enter ให้กดแป้น
Ctrl และ Shift พร้อมกันค้างไว้แล้วกด Enter เพื่อสร้างเป็นสูตร Array
- กรณี Copy สูตรไปวางให้กดแป้น F2 เพื่อทำการ Edit Cell นั้นก่อน
จากนั้นกดแป้น Ctrl และ Shift พร้อมกันค้างไว้แล้วตามด้วย Enter เพื่อสร้างเป็นสูตร Array
- หากกดแป้นถูกต้องสูตรนั้นจะมีเครื่องหมายปีกกาครอบ เช่น {=YourFormulas(...)}
ปีกกานี้ไม่สามารถคีย์เข้าไปเอง จะต้องมาด้วยการกดแป้น Ctrl+Shift+Enter เท่านั้น
ถ้ายังไม่เห็นปีกกาครอบสูตรแสดงว่ากดแป้นให้รับสูตรไม่ถูกต้อง
- การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสูตร Array จะต้องกดแป้นให้รับสูตรด้วย Ctrl+Shift+Enter ทุกครั้ง
|
สำหรับตัวอย่างนี้สูตรมีแค่ 2 เงือนไขและข้อมูลไม่มาก อาจจะลดความกังวลในการเลือกใช้สูตรลงได้ แต่หากมีหลายเงื่อนไขและมีข้อมูลปริมาณมากให้พิจารณาเลือกใช้สูตรที่ 2 สังเกตว่าแต่ละเงื่อนไขจะใช้ If เข้ามาช่วย เพื่อจะลดภาระการคำนวณของโปรแกรม การใช้คูณแต่ละเงื่อนไขจะเกิดภาระการคำนวณมากกว่าการใช้ If เข้ามาช่วยครับ