
การปล่อยว่างหรือคีย์เป็น 1 ความหมายเหมือนกันและ
ผลลัพธ์ต้องเหมือนกัน ไม่เหมือนกันไม่ได้ ถ้าไม่เหมือนกันย่อมผิดปกติ ยกเว้นว่าเปลี่ยนเลข 1 เป็น 0 หรือเป็น -1 อย่างนี้ผลลัพธ์มีโอกาสที่จะไม่เท่ากันสูงเพราะเป็นคนละสูตร สำหรับ Match แล้วส่วนประกอบสุดท้ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
จากสูตร
=MATCH(B30,data!$C$5:$C$6917,1) หรือ
=MATCH(B30,data!$C$5:$C$6917)
ความหมายเหมือนกัน คือ ให้หาค่าที่
น้อยกว่าหรือเท่ากับ B30 ในช่วง data!$C$5:$C$6917 ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไร ถ้าพบให้แสดงผลลัพธ์เป็นลำดับที่พบ ถ้าไม่พบจะแสดง #N/A การใช้ Match แบบนี้ได้จะต้องมั่นใจว่า data!$C$5:$C$6917 มีการเรียงลำดับจาก
น้อยไปหามากเท่านั้น ถ้าไม่เรียงลำดับตามนี้โอกาสผิดพลาดมีสูงมาก
จากสูตร
=MATCH(B30,data!$C$5:$C$6917,-1)
ความหมาย คือ ให้หาค่าที่
มากกว่าหรือเท่ากับ B30 ในช่วง data!$C$5:$C$6917 ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไร ถ้าพบให้แสดงผลลัพธ์เป็นลำดับที่พบ ถ้าไม่พบจะแสดง #N/A การใช้ Match แบบนี้ได้จะต้องมั่นใจว่า data!$C$5:$C$6917 มีการเรียงลำดับจาก
มากไปหาน้อยเท่านั้น ถ้าไม่เรียงลำดับตามนี้โอกาสผิดพลาดมีสูงมาก
จากสูตร
=MATCH(B30,data!$C$5:$C$6917,0)
ความหมาย คือ ให้หาค่า
ที่เท่ากับ B30 ในช่วง data!$C$5:$C$6917 ว่าอยู่ลำดับที่เท่าไร ถ้าพบให้แสดงผลลัพธ์เป็นลำดับที่พบ ถ้าไม่พบจะแสดง #N/A การใช้ Match แบบนี้ไม่จำเป็นต้องจัดเรียง data!$C$5:$C$6917 เป็นลักษณะการค้นหาแบบตรงตัว จะคำนวณช้ากว่า 2 แบบตามด้านบน