เพราะคุณจัดเก็บข้อมูลโดยใช้ตารางข้อมูลแบบไขว้ (Crosstab) จึงไม่สามารถใช้สูตร SUMIF SUMIFS SUMPRODUCT เพื่อหาผลรวมอย่างมีเงื่อนไขนะสิครับ ต้องแก้ไขตารางข้อมูลเป็นตารางฐานข้อมูลก่อน
ผมเคยเตือนคุณวิสิทธิ์แล้วว่าให้แก้ไขตารางจัดเก็บข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบฐานข้อมูลก่อนครับ
ดูกระทู้ที่ผมเตือนไว้ ที่
http://www.snasui.com/viewtopic.php?f=3 ... 798#p31798
จากหนังสือจัดการฐานข้อมูลด้วยไมโครซอฟต์เอ็กเซล ๒๐๑๐
หลักการออกแบบตารางเพื่อจัดเก็บข้อมูล
1. ข้อมูลตามคอลัมน์ เรียกว่า “เขตข้อมูล (Field)” ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะเรื่อง
2. ข้อมูลในบรรทัดบนสุดของตาราง เช่น เซลล์ A1:G1 เรียกว่า “หัวตาราง (Field Name)” หรือ Header ใช้ระบุชื่อข้อมูลของแต่ละเขตข้อมูล (Field) ว่าเป็นเรื่องของ โดยหัวตารางบนสุดนี้ ต้องใช้แถวนอนเพียงแถวเดียวเท่านั้น ถ้าชื่อเขตข้อมูล (Field) ยาวมาก ต้องทำการตัดคำโดยกดแป้น Alt+Enter เพื่อจัดขึ้นบรรทัดใหม่ในเซลล์เดิม
3. ข้อมูลแนวนอนถัดจากบรรทัดแรกเรียกว่า “ระเบียน (Record)"
4. เว้นพื้นที่ว่างทางด้านขวาและด้านล่างของตารางข้อมูลเสมอเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับข้อมูลที่อาจมีขึ้นในภายหลัง
5. ตารางเก็บข้อมูล ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลเท่านั้น
ห้ามมีการคำนวณ ห้ามผนวกเซลล์ ห้ามทำการจัดรูปแบบให้กับตารางเก็บข้อมูล เพื่อลดขนาดของ file
1. ควรใช้ Data Validation ในการตรวจสอบการป้อนข้อมูลของผู้ใช้ว่ากรอกเป็นตัวเลข หรือกรอกเป็นข้อความ หรือกรอกให้อยู่ในรายการที่มีให้เท่านั้น
2. ควรแยกข้อมูลแต่ละเรื่องออกจากกันเป็นคนละเขตข้อมูล (Field) ให้แยกแต่ละเรื่องให้ละเอียดเสมอ เช่น แยกเขตข้อมูล (Field) คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ออกจากกัน หรือแยกข้อมูล เขตข้อมูล (Field) ตัวเลขออกจากตัวอักษร เพื่อสะดวกต่อการสืบค้น แก้ไข หรือสรุปผล
3. ห้ามตั้งชื่อเขตข้อมูล (Field) ในตารางเดียวกันซ้ำกัน
4. ชื่อเขตข้อมูล (Field) ควรเป็นภาษาอังกฤษเพราะเมื่อโอนข้อมูลขึ้นสู่ระบบฐานข้อมูลระดับใหญ่จะเห็นชื่อเขตข้อมูล (Field) ทันที
5. ชื่อเขตข้อมูล (Field) ไม่ควรเว้นวรรคระหว่างคำ มิฉะนั้นจะสร้างความยุ่งยากในการเขียนโปรแกรมในกรณีที่ทำการโอนข้อมูลขึ้นระบบฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ตารางบันทึกข้อมูลมีการผนวกเซลล์ จึงยากแก้การสรุปผล
งานของคุณควรใช้ MS Access ครับ เนื่องจากต้องมีการเก็บประวัติการขาย จำนวนเงินที่เก็บได้ จำนวนเงินที่ยังไม่เก็บ เพื่อติดตามทวงถามหนี้
ผมแนะนำให้คุณว่าจ้างคนทำฐานข้อมูลบน MS Access ดีกว่าครับ เพราะผมเกรงว่าคุณใช้ความเคยชินของการออกแบบตารางบันทึกข้อมูลบน MS Excel ในปัจจุบันไปใช้กับการออกแบบฐานข้อมูลบน MS Access พาลออกรายงานไม่ได้ด้วย
