
จากสูตร =IF(B2<>B3,AVERAGE(OFFSET($C$1,MATCH(B2,$B$2:$B$24,0),0,COUNTIF($B$2:$B$24,B2),4)),"") หมายถึง
หาก B2<>B3 เป็นจริงแล้วให้แสดงผลลัพธ์ของ AVERAGE(OFFSET($C$1,MATCH(B2,$B$2:$B$24,0),0,COUNTIF($B$2:$B$24,B2),4)) แต่หากไม่เป็นจริงให้แสดงค่าว่าง
จากสูตร AVERAGE(OFFSET($C$1,MATCH(B2,$B$2:$B$24,0),0,COUNTIF($B$2:$B$24,B2),4)) หมายถึง ให้หาค่าเฉลี่ยของ OFFSET($C$1,MATCH(B2,$B$2:$B$24,0),0,COUNTIF($B$2:$B$24,B2),4)
จากสูตร OFFSET($C$1,MATCH(B2,$B$2:$B$24,0),0,COUNTIF($B$2:$B$24,B2),4) หมายถึง ให้แสดงช่วงข้อมูลโดยใช้ C1 เป็นเกณฑ์และลงไปยังทัดล่างของ C1 เท่ากับผลลัพธ์ของ MATCH(B2,$B$2:$B$24,0) ไปทางด้านขวา 0 คอลัมน์ ความสูงข้อมูลตามผลลัพธ์ของ COUNTIF($B$2:$B$24,B2) และมีความกว้าง 4 คอลัมน์
ฟังก์ชั่น Match เป็นการหาลำดับที่ของข้อมูล เช่นจาก MATCH(B2,$B$2:$B$24,0) เป็นการหาว่า B2 อยู่ในลำดับที่เท่าไรของ $B$2:$B$24 เช่นนี้เป็นต้น
ฟังก์ชั่น Countif เป็นการนับตามเงื่อนไข เช่นจาก COUNTIF($B$2:$B$24,B2) เป็นการนับว่าในช่วง B$2:$B$24 มีค่าในเซลล์ B2 อยู่กี่รายการ